in

PwC คาดจะเกิดศึกแย่งตัวคนเก่งดิจิทัล-คลาวด์ ขาดแคลนหนักทั่วโลก

PwC คาดจะเกิดศึกแย่งตัวคนเก่งดิจิทัล ต้องเร่งพัฒนาทักษะดาต้า ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และคลาวด์ เพราะขาดแคลนหนัก เป็นปัญหาระดับโลก นายจ้างไม่สามารถหาแรงงานที่เหมาะสม

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านแรงงาน (workforce trends) โดย PwC ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจ คาดองค์กรไทยจะเผชิญกับภาวะการแย่งชิงทาเลนต์ (talent) ที่มีทักษะทางด้านดิจิทัลขั้นสูงมากขึ้น พร้อมแนะภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันยกระดับทักษะแรงงาน ให้มีความครอบคลุมเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงงานในอนาคตและลดความเสี่ยงจากการถูกเทคโนโลยีเข้ามาแย่งงาน

บริษัทแย่งคนมีทักษะดิจิทัล

“ดร. ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์” หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า วิกฤตโควิด-19 กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานที่สำคัญหลายด้าน ทั้งความต้องการในการเพิ่มพูนทักษะแรงงานทางด้านดิจิทัล (digital upskilling) ที่เพิ่มขึ้น การปรับรูปแบบของการทำงานไปสู่การทำงานระยะไกล (remote working) รวมไปถึงความกังวลของการเข้ามาของเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ (automation) ที่อาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานในอนาคต เป็นต้น

“การจ้างแรงงานที่มีทักษะสูง (skilled workforce) ในโลกยุคนิวนอร์มัล จะยิ่งมีแนวโน้มปรับตัวไปจ้างงานประเภท highly skilled workforce เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดแรงงานไทย ที่กำลังต้องการแรงงานที่มีทักษะทางด้านดิจิทัล ดาต้า ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และคลาวด์ ซึ่งแรงงานประเภทนี้เรียกได้ว่า จะมีการแย่งตัวกันจนเป็น talent war รุนแรงที่สุดเลยก็ว่าได้”

“ส่วนแรงงานที่มีทักษะระดับปานกลางไปจนถึงระดับต่ำ จะมีความเสี่ยงจากการนำระบบ automation เข้ามาทดแทนการทำงาน ซึ่งตอนนี้หลายอุตสาหกรรมมีการนำปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence – AI) เข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ แม้กระทั่งงานประเภทคอลเซ็นเตอร์และพนักงานขายผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งก็มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทดแทนมากขึ้นเรื่อย ๆ”

การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ ถือเป็นปัญหาระดับโลก ที่ทำให้งานจำนวนหลายล้านตำแหน่งในเวลานี้ต้องว่างลง นายจ้างหลายรายไม่สามารถหาแรงงานที่เหมาะสมมาทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ ได้ นั่นแปลว่า การยกระดับทักษะแรงงานของไทย ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและแรงงานที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดในอนาคตจะเป็นภารกิจสำคัญที่ผู้นำภาครัฐและเอกชนต้องเร่งผลักดัน

จ้างงานรูปแบบเดิมหายไป

ดร. ภิรตา กล่าวถึงรายงาน Hopes and Fears 2021 ของ PwC ว่า ซึ่งได้ทำการรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มแรงงานโลก จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 32,517 คน ใน 19 ประเทศ ประกอบด้วย เจ้าของธุรกิจ พนักงานสัญญาจ้าง นักศึกษา แรงงานที่กำลังหางาน รวมไปถึงแรงงานที่ต้องถูกพักงาน หรือเลิกจ้างเป็นการชั่วคราวพบว่า วิกฤตโควิด-19 ได้เร่งให้เกิดการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัลของแรงงาน

โดย 40% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่า ได้มีการพัฒนาทักษะดิจิทัลของตนเองในช่วงล็อกดาวน์ (lockdown) ซึ่งมาตรการดังกล่าว รวมทั้งการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) ยังส่งผลให้เกิดการปรับรูปแบบการทำงานใหม่ไปสู่การทำงานระยะไกลที่คาดว่า จะยังคงอยู่ภายหลังการแพร่ระบาดสิ้นสุดลง

องค์กรต่าง ๆ ยังได้หันมาพัฒนาทักษะที่ส่งเสริมการทำงานระยะไกลมากขึ้น เช่น ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะการใช้โปรแกรมที่สนับสนุนการทำงาน เช่น การเก็บและแชร์ไฟล์บนคลาวด์ รวมถึงทักษะการประชุมและการนำเสนอผ่านออนไลน์ (video conference and virtual presentation skills) เป็นต้น

นอกจากนั้น รายงานของ PwC ระบุว่า ความมั่นคงในหน้าที่การงาน (job security) ยังคงเป็นความกังวลอันดับต้น ๆ ของแรงงาน โดย 60% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีความกังวลว่า ระบบอัตโนมัติจะทำให้ตำแหน่งงานจำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่ 48% เชื่อว่า การจ้างงานในรูปแบบเดิมจะหายไป และ 39% คิดว่า งานที่ทำอยู่จะล้าสมัยภายใน 5 ปีข้างหน้า

เทคโนโลยีแทนที่คน

ดร. ภิรตา กล่าวด้วยว่า ในช่วงของการแพร่ระบาด องค์กรไทยส่วนใหญ่มีการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัลให้กับพนักงานแบบเชิงรับ มากกว่าเชิงรุก ดังนั้น ผู้บริหารควรหันมาวางแผนการพัฒนาทักษะองค์กรในระยะยาว โดยเริ่มจากพิจารณาว่า งานในตำแหน่งอะไรที่มีโอกาสจะถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ และมีงานประเภทไหนที่เกิดขึ้นมาใหม่ เพื่อประเมินความหมาะสมในการถ่ายโอนและเพิ่มพูนทักษะที่ต้องการต่อไป

“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา องค์กรไทยส่วนใหญ่มีความตื่นตัวในเรื่องของการอบรมทักษะทางด้านดิจิทัลให้กับพนักงาน รวมถึงจัดให้มีสื่อการเรียนรู้ประเภท e-Learning แต่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า องค์กรไทยยังคงต้องมีการยกระดับทักษะให้ครอบคลุม และปรับรูปแบบการทำงานให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้แรงงานมีทักษะที่จำเป็นต่อการนำเทคโนโลยี และระบบอัตโนมัติเข้ามาประยุกต์ใช้ในการทำงานที่คาดว่า จะเติบโตแบบก้าวกระโดดในระยะข้างหน้า”

ทั้งนี้ สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) คาดการณ์ว่า ค่าใช้จ่ายในการยกระดับทักษะแรงงานจำนวน 1.37 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา จะต้องใช้เงินสูงถึง 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.08 ล้านล้านบาท คิดเป็น 24,800 ดอลลาร์ต่อคน (780,000 บาทต่อคน) แต่ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงจนน่าตกใจ การเพิกเฉยจะยิ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับการพัฒนาแรงงานในอนาคต

“ในระดับองค์กร การ upskill และ reskill จะเปิดโอกาสให้พนักงานได้เสริมองค์ความรู้ และเพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงาน นอกจากนี้ ยังช่วยปรับวิธีคิดและทัศนคติให้รู้จักที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง โดยการพัฒนาทักษะทางอารมณ์ ทั้งภาวะความเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร ควบคู่ไปด้วยจะทำให้ journey ของการยกระดับทักษะพนักงานมีความยั่งยืนมากขึ้น”

อ่านข่าวต้นฉบับ: PwC คาดจะเกิดศึกแย่งตัวคนเก่งดิจิทัล-คลาวด์ ขาดแคลนหนักทั่วโลก


c882cbb084ca4a2798df2032cf33a0e3 - PwC คาดจะเกิดศึกแย่งตัวคนเก่งดิจิทัล-คลาวด์ ขาดแคลนหนักทั่วโลก


ที่มาของข่าว

#comeoninc #cmon #cmoninth

Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

Powered by Best Social Sharing Plugin for WordPress Easy Social Shre Buttons

210705034045 jacob zuma south africa judges apartheid super tease 150x150 - Jacob Zuma: อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้เริ่มจำคุก begins

Jacob Zuma: อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้เริ่มจำคุก begins

210630233029 sparks lake wildfire super tease 150x150 - ไฟป่าในแคนาดา: ลิตตันในบริติชโคลัมเบียเสียหายในหนึ่งวันหลังจากอุณหภูมิสูงถึง 121 องศา

ไฟป่าในแคนาดา: ลิตตันในบริติชโคลัมเบียเสียหายในหนึ่งวันหลังจากอุณหภูมิสูงถึง 121 องศา