in

LGBTQ กับการต่อสู้ ผ่านเทคโนโลยี

Photo by JOE KLAMAR / AFP

TecH Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

เมื่อถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี เราจะเห็นธงสีรุ้งโบกพลิ้วปลิวไสวเพื่อฉลองความสำเร็จของชาว LGBTQ ที่ต่อสู้กันมายาวนานกว่าจะได้รับการยอมรับในสังคม

ย้อนไปปี 1969 ที่รักร่วมเพศคือ “อาชญากรรม” ในเกือบทุกประเทศทั่วโลกจนถึงปี 1994 ที่ WHO ยอมรับเป็นครั้งแรกว่ารักร่วมเพศไม่ใช่ “ความผิดปกติทางจิต” ต้องถือว่าวันนี้สังคมชาว LGBTQ ก้าวมาไกลมาก จน Pride Month ที่มีขึ้นทุกเดือน มิ.ย. กลายเป็นแคมเปญที่มีคนทั่วโลกเข้าร่วมและติดตามจำนวนมาก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฟันเฟืองสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ก็คือ เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญกฎหมายการแต่งงานของคนเพศเดียวกันในไต้หวันหรือกฎหมายรักร่วมเพศในอินเดียไปจนถึงการรณรงค์ในอเมริกาเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงานล้วนถูกขับเคลื่อนอย่างมีพลังผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งสิ้น

ความล้ำสมัยและการเปิดกว้างของเทคโนโลยีทำให้แทบไม่น่าเชื่อว่า ยุคหนึ่งชาว LGBTQ ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาวันนี้ชาว LGBTQ มีเครื่องมือออนไลน์ให้เลือกใช้มากมายทั้งเพื่อการติดต่อสื่อสาร การรณรงค์ การระดมทุน ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัย

ด้านการสร้างการยอมรับมี LGBTQ+ experiment เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลและตอบคำถามทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งมีชุมชนออนไลน์อย่าง EmptyClosets ให้สมาชิกพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการ “come out”

หรือเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองให้คนในครอบครัวหรือสังคมได้รับรู้ ไปถึงมี TheTribe ชุมชนออนไลน์ที่ให้กำลังใจสมาชิกที่กำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ด้านการสร้างการรับรู้ในสังคมมีการผลิตคอนเทนต์เกี่ยวกับ LGBTQ ออกมาจำนวนมากที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในสื่อใต้ดินหรือสื่อทางเลือกเหมือนสมัยก่อน แต่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มชื่อดังระดับโลก

ไม่ว่าจะเป็น “Steven Universe” การ์ตูน LGBTQ เรื่องแรกจากค่าย Cartoon Network ที่กวาดรางวัล GLAAD สำหรับการนำเสนอภาพของชาว LGBTQ ได้อย่างเท่าเทียมและถูกต้อง

แต่เทคโนโลยีเป็นดาบสองคม ที่ด้านหนึ่งช่วยจุดประกายให้เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ แต่อีกด้านก็เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีเช่นกัน

ปัจจุบันยังมีถึง 13 ประเทศที่รักร่วมเพศคืออาชญากรรมร้ายแรงที่มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตและยังมีมีอีกหลายประเทศที่ชาว LGBTQ ยังต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเพราะไม่รู้จะโดนจับเข้าคุกเมื่อไหร่ หรือแม้แต่ในสังคมที่ดูเปิดกว้างก็ยังมีข่าวชาว LGBTQ ถูกกีดกันในที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ของชาว LGBTQ ยิ่งเลวร้ายในสังคมเผด็จการที่กีดกันประชาชนเพียงเพราะมีอัตลักษณ์ทางเพศหรือเพศวิถีที่แตกต่าง เช่น จีนที่มีกวาดล้างคอนเทนต์ของชาว LGBTQ Weibo อย่างหนัก

หรืออียิปต์ที่ส่งเจ้าหน้าที่แอบแฝงตัวเข้าไปใน Grindr แอปยอดนิยมของ LGBTQ เพื่อรวบรวมหลักฐานมาลงโทษในฐานที่มีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดกฎหมาย นี่ยังไม่รวมกฎหมายเซ็นเซอร์ตลอดจนปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีของคนชายขอบในอีกหลายประเทศ

นอกจากนี้ยังมีพวก homophobia หรือ transphobia ที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการตามจิกด่าประจานรสนิยมทางเพศของคนอื่นไม่หยุดหย่อน ซึ่งพบเห็นได้มากเป็นพิเศษในประเทศที่ยังไม่มีกฎหมาย hate crime หรือไม่มีการบังคับใช้ กม. อย่างจริงจัง

แม้แต่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเองก็มีรายงานถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำและอคติทางเพศในที่ทำงานออกมาเป็นระยะ

ดังนั้นถึง Pride Month ประจำปีนี้กำลังจะสิ้นสุดลง แต่การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศยังต้องดำเนินต่อไป การเปลี่ยนแบนเนอร์เป็นธงสีรุ้งหรือเปลี่ยนโลโก้โปรไฟล์

เฉพาะเดือน มิ.ย.อาจไม่สำคัญเท่ากับการพร้อมใจกันรณรงค์ให้ความเท่าเทียมทางเพศเป็น “สิทธิ” ขั้นพื้นฐาน ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจละเมิดได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สถานศึกษา โรงเรียน หรือที่ทำงานก็ตาม


c882cbb084ca4a2798df2032cf33a0e3 - LGBTQ กับการต่อสู้ ผ่านเทคโนโลยี


ที่มาของข่าว

#comeoninc #cmon #cmoninth

Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

Powered by Best Social Sharing Plugin for WordPress Easy Social Shre Buttons

1624751148 unnamed file 150x150 - แนวปฏิบัติ “บ้านจัดสรร-คอนโด” ประชุมใหญ่สามัญนิติฯ ผ่านออนไลน์

แนวปฏิบัติ “บ้านจัดสรร-คอนโด” ประชุมใหญ่สามัญนิติฯ ผ่านออนไลน์

210527145754 02 brazil economy coronavirus super tease 150x150 - กฎของโบลโซนาโรคือ 'ภัยคุกคามที่เลวร้ายยิ่งกว่า coronavirus' ชาวบราซิลกล่าวในขณะที่ประเทศมีผู้เสียชีวิต 500,000 ราย

กฎของโบลโซนาโรคือ ‘ภัยคุกคามที่เลวร้ายยิ่งกว่า coronavirus’ ชาวบราซิลกล่าวในขณะที่ประเทศมีผู้เสียชีวิต 500,000 ราย