in

เปิด 5 เทรนด์สำคัญ กำหนดแนวทางลงทุน 6-12 เดือนข้างหน้า

1625307941230 - เปิด 5 เทรนด์สำคัญ กำหนดแนวทางลงทุน 6-12 เดือนข้างหน้า

“กอบศักดิ์ ภูตระกูล” รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิด 5 เทรนด์สำคัญ ที่จะกำหนดแนวทางลงทุน 6-12 เดือนข้างหน้า “โควิดระลอกใหม่-การฟื้นตัวหลังโควิด-การปรับเปลี่ยนนโยบาย-ความท้าทายยุคนิวนอร์มอล-แผลเป็นหลังโควิด”

วันที่ 3 กรกฏาคม 2564 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กล่าวในงานสัมมนาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) “มองเทรนด์โลก รอ Reopening? กางสูตรวิเคราะห์เทรนด์ เมื่อทั้งโลกรอเปิดเมือง” 5 เทรนด์สำคัญที่กำหนดแนวทางการลงทุนใน 6-12 เดือนข้างหน้าคือ

1.โควิดระลอกใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่กังวลว่าถ้าเกิดโควิดระลอก 4 จะมีระลอก 5 ได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าพึ่งตายใจ จากจำนวนผู้ป่วยรายใหม่โควิด-19 ปีนี้หลังจากเราได้วัคซีนโควิดตัวเลขผู้ติดเชื้อค่อยๆ ปรับตัวลดลงเป็นเวลา 6 สัปดาห์ แต่แล้วโควิดสายพันธุ์เดลต้า(อินเดีย) ก็แผลงฤทธิ์กำลังแพร่เชื้อกระจายไปทั่วประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ฉะนั้นทุกครั้งที่เกิดการระบาดระลอกใหม่ ย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อสินทรัพย์ต่างๆ รวมไปถึงหุ้นของเราด้วย

ซึ่งล่าสุดเช้านี้ผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศไทยกว่า 70% พบเป็นสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งเริ่มพบมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ประเทศอังกฤษช่วงก่อนกลับมาล็อกดาวน์ผู้ติดเชื้อโควิดประมาณ 6 หมื่นคนต่อวัน หลังจากได้รับการฉีดวัคซีนเหลือแค่ 2 พันรายต่อวัน แต่พอผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าพีกกลับไปกว่า 2.5 หมื่นรายต่อวัน ในระยะเวลาแค่ 2-3 สัปดาห์ ขณะที่ประเทศที่มีการฉีดวัคซีนไปมาก อาทิ สหรัฐ, อิสราเอล ก็พบผู้ติดเชื้อโควิดปรับเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย นั่นเพราะสายพันธุ์เดลต้าติดเชื้อกันง่าย

“นักลงทุนต้องศึกษาว่าหากเกิดโควิดระลอกใหม่ จะมีนัยที่กระทบกับเซ็กเตอร์การใช้ชีวิตนอกบ้านอะไรบ้าง เช่น กลุ่มท่องเที่ยวที่เป็นความกังวลใจมากที่สุด ซึ่งธุรกิจหลายประเภทสุ่มเสี่ยงต่อการออกมานอกบ้านและติดโรค กลุ่มเหล่านี้ก็จะถูกผลกระทบเป็นประจำ”

2.การฟื้นตัวหลังโควิด ประเมิน 3 เดือนน่าจะเริ่มเห็นผลการฉีดวัคซีนได้มากขึ้นเรื่อยๆ ปลายปี 64 ถึงจะฉีดได้สัดส่วนจำนวนประชากรมากพอสมควร แต่จะขึ้นอยู่กับไทยได้รับการจัดสรรวัคซีนมาเพียงพอหรือไม่ เพราะฉะนั้นเซ็กเตอร์ท่องเที่ยวต่างๆ ยังคงไม่น่าจะฟื้นตัว อย่างโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์เปิดไปแล้วแต่นักท่องเที่ยวที่บินเข้ามาแค่พันกว่ารายต่อลำ ซึ่งต่างจากเดิมในอดีตที่บินเข้ามาเป็นหลายแสนคน

แต่ถือเป็นการซ้อมมือ ซึ่งกว่าจะฟื้นก็ต่อเมื่อคนไทยได้รับการฉีดวัคซีนได้เต็มที่ และรัฐบาลจัดการโควิดซาลงได้ เพื่อให้คนเดินทางออกนอกบ้านไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ฉะนั้นอย่างน้อย 3-6 เดือนกว่าจะเริ่มเห็นภาพลักษณะนี้ในกรุงเทพมหานคร

3.การปรับเปลี่ยนนโยบาย ประเมินภาพเศรษฐกิจสหรัฐอีก 1 ปีจะกลับไปสู่ภาวะปกติก่อนโควิด เพราะฉะนั้นการดึงดูดสภาพคล่องกลับจะสอดรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด และคงจะลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตร(QE Tapering) ซึ่งภายใน 3 เดือนจะไม่แปลกใจถ้าประชุมเฟดประกาศจะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งภายในปี 2565 เพราะเราตามตัวเศรษฐกิจไม่ทัน

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นสิ่งที่ตามมาคือเส้นผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับขึ้น ฉะนั้นใครที่ลงทุนในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) จะเจอเหมือนกับในช่วงปี 2552 ที่ราคาพันธบัตรตกลง“ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะสร้างความผันผวนให้ตลาดเงินตลาดทุน ฉะนั้นช่วง 2 ปีข้างหน้าเป็นช่วงการลงทุนท่ามกลางความผันผวน”

4.ความท้าทายยุคนิวนอร์มอล หลังจากออกจากอุโมงค์โควิด เรายังต้องเจอความท้าทายในยุควิถีใหม่ อาทิ คู่แข่งที่ปรับตัวเร็วกว่า การย้ายฐานการผลิต และสงครามการค้ารอบใหม่ ซึ่งธุรกิจต้องปรับตัว รวมไปถึงธนาคารพาณิชย์ที่ต้องปรับตัวถึง 3 ช่วงคือ

เติมสภาพคล่องเพียงพอให้พ้นจากโควิด
รีสตาร์ทธุรกิจ
การแข่งขันยุคหลังโควิด

5.แผลเป็นจากโควิด หนี้ภาครัฐ หนี้ครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้นมาก รวมไปถึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เกิดขึ้น หรือสินทรัพย์สินที่เปลี่ยนมือ โรงแรม ที่ดินดีๆ ที่หายไป ตกไปอยู่ในมือต่างชาติ ซึ่งเราต้องกลับมาสะสางกัน

“ปีนี้คาดว่า GDP ไทยเติบโตได้ระดับ 1-2% ก็ดีแล้ว ท่ามกลางโควิด คนไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศเดินไม่ได้ ต่างชาติยังไม่มา ภูเก็ตแซนด์บอกซ์แค่เป็นการซ้อมมือ ไม่มีนัยกับ GDP อย่างแท้จริง เปิดประเทศ 120 วัน โควิดยังระบาด ฉีดวัคซีนไม่เต็มที่

ฉะนั้นสัดส่วนท่องเที่ยวต่างชาติ 10% ของ GDP จากภาคท่องเที่ยวทั้งหมด 15% ของ GDP หรือเกือบ 40 ล้านคน ซึ่งรายได้ 2 ใน 3 เป็นต่างประเทศ ถ้าเซ็กเตอร์นี้กลับมาไม่ได้ประเทศไทยยากจะฟื้นได้ดีในปี 64 ขณะที่ปี 65 ถ้าเราฉีดวัคซีนได้เพียงพอ จัดการวัคซีนได้ดี นักท่องเที่ยวสามารถกลับมาได้ สักครึ่งหนึ่งสัก 15 ล้านคน

หมายความว่าปีหน้าเราจะได้ GDP บวกจากภาคท่องเที่ยว ที่จะเอาคน 10 ล้านคนกลับจากต่างจังหวัดเข้าสู่จังหวัดท่องเที่ยวอีกรอบ และหมุนตัวเศรษฐกิจ ประเมินน่าจะประมาณ 4% ของ GDP ”ดร.กอบศักดิ์ กล่าว


c882cbb084ca4a2798df2032cf33a0e3 - เปิด 5 เทรนด์สำคัญ กำหนดแนวทางลงทุน 6-12 เดือนข้างหน้า


ที่มาของข่าว

#comeoninc #cmon #cmoninth

Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

Powered by Best Social Sharing Plugin for WordPress Easy Social Shre Buttons

FB ส่งออก 150x150 - พิษโควิดป่วนโรงงานใหญ่ 7 จังหวัด หวั่นสะเทือนรายได้ “ส่งออก”

พิษโควิดป่วนโรงงานใหญ่ 7 จังหวัด หวั่นสะเทือนรายได้ “ส่งออก”

210629124442 haiti referendum delay super tease 150x150 - เฮติเลื่อนการลงประชามติรัฐธรรมนูญเป็นเดือนกันยายน

เฮติเลื่อนการลงประชามติรัฐธรรมนูญเป็นเดือนกันยายน