in

สสส.ผนึก สอจร.สคอ. รณรงค์สร้างจิตสำนึกผู้ขับขี่ “สวมหมวกกันน็อกปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยปลอดโควิด-19”

สสส.ผนึก สอจร.สคอ. รณรงค์สร้างจิตสำนึกผู้ขับขี่ “สวมหมวกกันน็อกปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยปลอดโควิด-19”

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ( สสส.) ร่วมกับ คณะทำงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.)  และสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ(สคอ.) จัดเวทีเสวนาออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “สวมหมวกกันน็อกปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยปลอดโควิด-19” โดยนางสาวรุ่งอรุณ  ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นว่าพฤติกรรมของคนสามารถปรับเปลี่ยนได้ ดังนั้น สสส.จึงเชื่อว่าการรณรงค์แก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอยู่เป็นประจำ จะทำให้พฤติกรรมของผู้ขับขี่เปลี่ยนได้เช่นเดียวกัน จากสถิติข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนพบผู้เสียชีวิตกว่า 20,000 คน/ปี  ขณะที่สถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่เฉลี่ยอายุ15-19 ปี ซึ่งเป็นวัยที่สื่อสารและทำความเข้าใจเรื่องอุบัติเหตุยาก สสส.จึงพยายามทำงานร่วมกับองค์กรและโรงเรียน โดยเชิญชวนกลุ่มเยาวชนเข้ามาเป็นภาคี เพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงและสอดส่องดูแล สามารถกล่าวตักเตือนได้หากพบเพื่อนเข้าข่ายเกิดความเสี่ยง นอกจากนี้สสส.ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ผ่านการขับเคลื่อนงานเชิงวิชาการ อาทิ  สนับสนุนให้มีศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน เพื่อเป็นแกนกลางหลักค้นหาข้อมูลต่างๆมาประกอบในข้อเสนอเชิงนโยบาย ในการปฏิบัติของภาคสนาม รวมถึงส่งเสริมการทำงานของพี่เลี้ยงสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอจร.) โดยสอจร.จะทำหน้าที่หาข้อมูลและสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละพื้นที่ พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ตรงตามบริบทของพื้นที่นั้นๆ

“อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่เกิดอยู่รอบบ้านในรัศมี 5 กิโลเมตร ทั้งนี้ยังพบอีกว่า  มากกว่าร้อยละ50 เกิดจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สวมหมวกนิรภัย ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนงดดื่มเหล้า รวมถึงสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ เพื่อลดการบาดเจ็บทางศีรษะ ลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามหมวกกันน็อกเปรียบเหมือนวัคซีนโควิด ที่ช่วยลดทอนความรุนแรงของโรค ที่สำคัญอยากชวนให้คิดว่าโควิดยังอยู่กับเราไปอีกนานแต่ที่นานกว่าคือเรื่องของอุบัติเหตุทางถนน แม้ที่ผ่านมาสถานการณ์จะดีขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีผู้เสียชีวิตอยู่ทุกชั่วโมง เพราะฉะนั้นอยากฝากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลเตือนตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว

aodd2 - สสส.ผนึก สอจร.สคอ. รณรงค์สร้างจิตสำนึกผู้ขับขี่ “สวมหมวกกันน็อกปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยปลอดโควิด-19”

ด้านพล.ต.ต.อานนท์ นามประเสริฐ ผู้รับผิดชอบโครงการสร้างการรับรู้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ในอดีตมองว่าการบังคับใช้กฎหมายจะทำให้คนกลัว ไม่กล้าฝ่าฝืนกฎจราจรและสามารถลดอุบัติเหตุได้  แต่ตัวเลขอุบัติเหตุยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิธีนี้ใช้ไม่ได้กับทุกพื้นที่ เราจึงปรับเปลี่ยนวิธีใหม่ โดยนำความรู้จากการเป็นพี่เลี้ยง สอจร. มาถ่ายทอดให้ สอจร.ระดับอำเภอและภาคีเครือข่าย เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมบูรณาการให้คนในท้องถิ่นลุกขึ้นมาเป็นเจ้าภาพบูรณาการป้องกันอุบัติเหตุ ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม บังคับใช้กฎหมาย เช่น ตั้งกองร้อยอาสาจราจรหรือกองร้อยน้ำหวาน เข้ามาดูแลการจราจรในระดับชุมชนและทำหน้าที่ตักเตือนผู้ทำผิดกฎจราจรเป็นหลัก โดยอาสาสมัครทุกคนต้องเป็นผู้หญิงวัยกลางคนและต้องผ่านการอบรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากการทดลองในช่วงแรกค่อนข้างได้ผลดี

“อยากเชิญชวนศิลปินดารามาร่วมณรงค์แก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน ผ่านโซเชียลมีเดียในช่องทางของตนเอง เพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มต่างๆเกิดการรับรู้ว่า การเกิดอุบัติเหตุสามารถป้องกันได้หลายวิธี เช่น สวมหมวกนิรภัย ไม่ดื่มเหล้า งดใช้ความเร็ว หรือ หมวก เมา เร็ว ท่องไว้ให้จำขึ้นใจให้เตือนลูกหลานและคนใกล้ตัวอุบัติเหตุป้องกันได้ด้วยตัวของเราเอง” พล.ต.ต.อานนท์ กล่าว

aodd3 - สสส.ผนึก สอจร.สคอ. รณรงค์สร้างจิตสำนึกผู้ขับขี่ “สวมหมวกกันน็อกปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยปลอดโควิด-19”

ขณะที่นางสาวพัชร์สิตา(เกรซ) อธิอนันตศักดิ์ ในฐานะศิลปินดาราและผู้ทำงานด้านอาสาสมัคร กล่าวว่า แรงบันดาลใจในการทำงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนมาจากความอยากรู้อยากเห็นวิธีการทำงานของกู้ภัย จึงตัดสินใจมาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงได้เห็นว่าร้อยละ70 ของการออกปฏิบัติหน้าที่ ส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุทางท้องถนนและเกินครึ่งของอุบัติเหตุเกิดจากผู้ขับขี่จักรยานยนต์เป็นหลัก ส่วนสาเหตุส่วนมากมาจากการดื่มเหล้าและไม่สวมหมวกนิรภัย จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นเตือนให้คนไม่ประมาท และป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุ โดยนำองค์ความรู้จากการอบรมด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน มาสื่อสารให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจและสามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้นได้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการสวมหวกนิรภัย เพราะหมวกสามารถป้องกันส่วนสำคัญและสามารถลดทอนความเจ็บปวดได้

“ก่อนเป็นอาสาสมัครไม่เคยเห็นความสำคัญของการสมหมวกกันน็อก หากมองในแง่ของประชาชนอาจมองว่าการเดินทางที่ใช้เวลาแป๊บเดียวไม่จำเป็นต้องสมหมวกก็ได้ แต่หลังจากที่ทำงานเป็นอาสาสมัครจึงรู้ว่าเวลาเพียงแป๊บเดียว ทำให้อุบัติเหตุสามารถเล่นงานเราได้อย่างไม่คาดคิด อย่างไรก็ตามหมวกกันน็อกเปรียบเหมือนเป็นเครื่องช่วยหายใจ ถ้าหากสวมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เราก็กลับไปหายใจได้อีกครั้ง แต่ถ้าไม่สวมหมวกเราอาจไม่มีโอกาสได้หายใจอีกเลย” นางสาวพัชร์สิตา กล่าว

aodd4 - สสส.ผนึก สอจร.สคอ. รณรงค์สร้างจิตสำนึกผู้ขับขี่ “สวมหมวกกันน็อกปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยปลอดโควิด-19”



c882cbb084ca4a2798df2032cf33a0e3 - สสส.ผนึก สอจร.สคอ. รณรงค์สร้างจิตสำนึกผู้ขับขี่ “สวมหมวกกันน็อกปลอดภัย สวมหน้ากากอนามัยปลอดโควิด-19”


ที่มาของข่าว

#comeoninc #cmon #cmoninth

ที่มาของข่าว
thaiadnet.com thailand advertisement network platform แพลตฟอร์ม เครือข่ายโฆษณาบนสื่อออนไลน์ และบนเว็บไซต์ ผู้ต้องการลงโฆษณา สามารถสร้างแบนเนอร์ ไว้ให้กับผู้ที่ต้องการนำไปเผยแพร่ โดยผู้เผยแพร่สามารถสร้างรายได้ และรับผลกำไร เป็นเงินตอบแทนค่าโฆษณาโปรโมตประชาสัมพันธ์ จากผู้ที่สร้างแบนเนอร์ไว้ เช่นเดียวกับสปอนเซอร์โฆษณา ที่ผู้เผยแพร่สามารถเลือกได้ เพียงก๊อบปี้โค้ด html ของแบนเนอร์โฆษณา ไปใส่ที่เว็บไซต์
comeonstore.com คัมมอนสโตร์ รับฝากสั่งสินค้าจีน รับนำเข้าสินค้าจีน สั่งสินค้าจีนมาขาย เราเข้าติดต่อกับโรงงานจีนโดยตรง ราคาดีที่สุด คัดคุณภาพทุกสินค้า ราคาขายส่ง และไม่มีขั้นต่ำ ใช้เวลาขนส่งไม่เกิน 15วัน และไม่มีค่าใช้จ่ายจุกจิก ไม่ต้องคำนวนค่าส่ง คำนวนภาษีให้ยุ่งยาก จ่ายยอดเดียวจบ จัดส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้าน

Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

Powered by Best Social Sharing Plugin for WordPress Easy Social Shre Buttons

sss1 1 150x150 - สสส.คว้ารางวัลทรงเกียรติ “เนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ” จาก WHO

สสส.คว้ารางวัลทรงเกียรติ “เนลสัน แมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ” จาก WHO

เยอรมนีจะจ่ายเงินให้แก่นามิเบีย 1.3 พันล้านดอลลาร์เนื่องจากยอมรับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุคอาณานิคมอย่างเป็นทางการ