in

‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’ รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ครบรอบ 22ปี ตั้งเป้า 5 ปีก้าวสู่ศูนย์การแพทย์เต็มรูปแบบ

“รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์” ก้าวสู่ปีที่ 22 รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ พร้อมปรับโมเดลธุรกิจจากคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามสู่ศูนย์การแพทย์ ตั้งเป้า 5 ปี เสริมทัพทีมแพทย์เฉพาะทาง ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สู่การรักษาโรคและการผ่าตัดเฉพาะทาง ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง มั่นใจสิ้นปี 64 รายได้จะกลับมาเติบโตหลังจากปี 63 โดนโควิด-19ทำพิษ ลูกค้าต่างชาติหายไปกว่า 25%

นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ธุรกิจเสริมความงามของรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้เปิดให้บริการมานานแล้วกว่า 22 ปี ซึ่งในปี 2564 ถือเป็นปีที่ตนเองมองว่าสมควรแก่การรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ จากเดิมใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Rattinan Clinic” เปลี่ยนเป็นแบรนด์ใหม่ “Rattinan Medical Center” เนื่องจากต้องการขยายขอบเขตการให้บริการ จากศัลยกรรมเสริมความงาม สู่การเป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้การดูแลรักษาอย่างครบวงจรภายใต้การบริหารที่ยึด หลักจริยธรรมทางการแพทย์ (Medical Ethics) ในการดำเนินงาน

สำหรับแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ Rattinan Medical Center ในปี 2564 นี้ จะเน้นเรื่องของการรักษาเฉพาะทางมากขึ้นอย่างมีคุณภาพแต่ยังควบคู่ไปกับการทำศัลยกรรมตกแต่งความงาม ทั้งนี้เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น และตรงกับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ อาทิ การส่องกล้องรักษากรดไหลย้อน การผ่าตัดกระเพาะแบบOverstitch การรักษาไซนัสด้วยการทำบอลลูน

นอกจากนี้ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ยังเตรียมนำนวัตกรรมเทคโนโลยีทางด้านการรักษาในด้านอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งนวัตกรรมการรักษาในลักษณะดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและศึกษาแผนการรักษาคาดว่าจะสามารถใช้เวลาไม่นาน ในการสรุปผล รวมถึงเรื่องของการได้รับใบรับรอง Certified Operating Room มาตรฐานห้องผ่าตัดใหญ่ จาก กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการให้บริการทั้งการผ่าตัดขนาดใหญ่ การดมยาสลบ การผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมทีม และเพิ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และจะทำให้รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ สามารถเพิ่มสายผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เคยโฟกัสเรื่องของรูปร่างเฉพาะส่วนปรับมาให้บริการด้านการรักษาโรคเฉพาะทางได้หลากหลายขึ้น นอกจากนี้ยังเตรียมปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับ การเติบโตในอนาคต ทั้งการปรับผังองค์กร และเพิ่มจำนวนพนักงาน และจัดทำระบบ CRM เพื่อทำให้ระบบการทำงานหลังบ้านมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาระบบทั้งหมดนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยการรักษาโรคเฉพาะทางจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญให้เกิดความแม่นยำและปลอดภัย ดังนั้นระบบการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล American Accreditation Commission International – AACI ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  และช่วยให้ผู้มารับบริการ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติให้มั่นใจในคุณภาพของ บริการที่จะได้รับมากยิ่งขึ้น

r2 - ‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’ รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ครบรอบ 22ปี ตั้งเป้า 5 ปีก้าวสู่ศูนย์การแพทย์เต็มรูปแบบ

ขณะที่แผนการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้านั้น รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เน้นการให้ข้อมูลกับลูกค้าอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่มีการชี้ชวนหรือโฆษณาเกินจริงเพื่อให้ลูกค้าเกิดความหลงเชื่อและเข้ามาใช้บริการโดยไม่สมัครใจ เนื่องจากผู้บริหารและทีมแพทย์ของรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์หลายท่านมีประวัติการทำงานที่ดีกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ดังนั้นการสร้างแบรนด์จึงเน้นไปที่เรื่องความน่าเชื่อถือ และการรักษาที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารยึดถือเป็นแนวทางการทำงานตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ จึงไม่ได้ทำเพียงแค่การรีแบรนด์ใหม่เท่านั้น แต่ยังได้ทำการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นโรงพยาบาล หรือศูนย์การแพทย์ ที่สามารถรับการรักษาโรคอื่นๆได้เพิ่มขึ้น ซึ่งมองว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าจะสามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับกลุ่มลูกค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น จะแบ่งเป็นลูกค้าในประเทศ 75% และลูกค้าต่างชาติ 25% ซึ่งลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทางทวีปยุโรป ออสเตรเลีย รวมไปถึงจีน โดยส่วนใหญ่บินมาเพื่อทำการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเพื่อรักษาโรคอ้วน และบรรเทาโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน อาทิ เบาหวาน กรดไหลย้อน โรคหยุดหายใจขณะหลับ โดยไม่ได้เป็นการรักษาเพื่อความงาม แต่เป็นการรักษาโรคอ้วน โดยทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้มีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary teamwork) เข้ามาดูแลและร่วมรักษา อย่างเช่น แพทย์รักษาต่อมไร้ท่อ วิสัญญีแพทย์ และมีการดูแลเรื่องเบาหวานและความดัน ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด พร้อมกับมีการนำเทคโลยีสมัยใหม่เข้ามาร่วมใช้ในการรักษาอีกด้วย

นพ.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่หลังจากที่การระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาเพื่อทำการรักษากับทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์โดยเฉพาะหายไปทั้งหมด เหลือเพียงแต่ลูกค้าต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ยังคงมาเข้ามาใช้บริการอยู่บ้าง แต่ถือว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงมองว่าปี 2564 นี้เป็นปีที่ยากลำบากอีก 1 ปี แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าในปี 2563 ที่ผ่านมาทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ยังสามารถก้าวข้ามผ่านมาได้ ในปี 64 นี้คาดว่าจะสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ไม่ยากนัก เพราะขณะนี้รัฐบาลได้คลายล็อกดาวน์ให้ธุรกิจด้านบริการสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว ซึ่งถือว่าดีกว่าในปีที่ผ่านมาที่ธุรกิจกลุ่มความงามต้องปิดไปถึง 3 เดือนทำให้รายได้ในปี 63 นั้นมีอัตราการเติบโตลดลงไปแต่คาดว่าในปี 64 รายได้จะมีอัตราการเติบโตกลับมาอย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมของธุรกิจศัลยกรรมความงามในปี 64 มองว่า ยังคงมีการเติบโต โดยปัจจัยมาจากคนทำศัลยกรรมมีอายุน้อยลง จากเดิมคนที่ทำศัลยกรรมอายุจะอยู่ระหว่าง 35-60 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงคิดสัดส่วนอยู่ที่ 25% ของประชากร แต่ปัจจุบันกลุ่มที่ทำศัลยกรรมความงามไม่ได้มีแต่เพียงผู้หญิงอย่างเดียวแต่จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยแบ่งได้ตามกลุ่มอายุ 3 กลุ่มโดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีลงมา กลุ่มต่อมาคือ กลุ่มที่มีอายุระหว่าง 35-55 ปีขึ้นไป และกลุ่มสุดท้ายคือผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปีขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีการเติบโตเป็น 2 เท่า ดังนั้นจึงทำให้ธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงามจึงยังเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง



c882cbb084ca4a2798df2032cf33a0e3 - ‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’ รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ครบรอบ 22ปี ตั้งเป้า 5 ปีก้าวสู่ศูนย์การแพทย์เต็มรูปแบบ

ที่มาของข่าว

#comeoninc #cmon #cmoninth
Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

Powered by Best Social Sharing Plugin for WordPress Easy Social Shre Buttons

210125100941 chile tsunami evacuation sign super tease 150x150 - แผ่นดินไหวที่ชิลี: เจ้าหน้าที่กระตุ้นให้เกิดความตื่นตระหนกในระดับชาติด้วยการส่งคำเตือนสึนามิผิดพลาดหลังแผ่นดินไหวแอนตาร์กติกา

แผ่นดินไหวที่ชิลี: เจ้าหน้าที่กระตุ้นให้เกิดความตื่นตระหนกในระดับชาติด้วยการส่งคำเตือนสึนามิผิดพลาดหลังแผ่นดินไหวแอนตาร์กติกา

00 150x150 - บิ๊กซี จัดโปรโมชั่นแรงรับเทศกาลตรุษจีนปีวัวทอง ภายใต้แคมเปญ “บิ๊กซี บิ๊กเฮง ต้อนรับปีวัว”

บิ๊กซี จัดโปรโมชั่นแรงรับเทศกาลตรุษจีนปีวัวทอง ภายใต้แคมเปญ “บิ๊กซี บิ๊กเฮง ต้อนรับปีวัว”