in

ดอลลาร์แข็งค่า หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าหลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่ง นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟดคืนนี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น กดดันค่าเงินเงินบาทเล็กน้อย ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 31.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 31.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/6) ที่ระดับ 31.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.504% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.212% เมื่อคืนนี้

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่ายอดค้าปลีกปรับตัวลง 1.3% ในเดือนพฤษภาคม แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 0.8% ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนผิดหวังและวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.6% และหากเทียบเป็นรายปี ดัชนี PPI เดือนพฤษภาคมพุ่งสูงขึ้นถึง 6.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2553 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่รดับ 6.3%

โดยนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในช่วงคืนวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าในการประชุมครั้งนี้เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และยังคงเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะเริ่มหารือกันเกี่ยวกับการปรับลดวงเงิน QE ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ ในวันที่ 26-28 ส.ค. และจะเริ่มดำเนินการปรับลด QE ในเดือน ธ.ค. หรือต้นปีหน้า ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2566

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันนี้สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงขึ้น โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 2,331 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,305 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 26 ราย มีผู้เสียชีวิต 40 ราย

ปัจจัยดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทเล็กน้อย ทำให้ระหว่างวันค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.15-31.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (16/6) ที่ระดับ 1.2118/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/6) ที่ระดับ 1.2121/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นในระหว่างวัน หลังสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่ากลุ่มประเทศยูโรโซนมีตัวเลขเกินดุลการค้าในเดือนเมษายน มากกว่าถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว โดยได้ปัจจัยหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ยูโรโซนเกินดุลการค้า 1.09 หมื่นล้านยูโรในเดือนเมษายน เทียบกับระดับ 2.3 พันล้านยูโร ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ขณะที่การส่งออกปรับเพิ่มขึ้น 43.2% ส่วนการนำเข้าปรับเพิ่มขึ้น 37.4% อย่างไรก็ตามตัวเลขเกินดุลการค้าในเดือนเมษายน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.58 หมื่นล้านยูโร

โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2117-1.2140 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และเปิดตลาดที่ระดับ 1.2123/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 110.10/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (15/6) ที่ระดับ 110.06/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดส่งออกเดือนพฤษภาคมของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 49.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะระดับ 6.26 ล้านล้านเยน (5.7 หมื่นล้านดอลลาร์) หลังจากที่เพิ่มขึ้น 38% ในเดือนเมษายน

โดยยอดส่งออกเดือนพฤษภาคม ขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 41 ปี เพราะได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของอุปสงค์รถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้าในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 1.87 แสนล้านเยน หรือประมาณ 1.70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 9.12 หมื่นล้านเยน และนับเป็นการขาดดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.90-110.15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.97/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหราชอาณาจักร (16/6), รายงานดัชนีการผลิตจากธนาคารกลางฟิลาเดลเฟียของสหรัฐ (17/6), ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (17/6) และดัชนียอดขายปลีกของสหราชอาณาจักร (18/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.10/0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.4/1.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับ: ดอลลาร์แข็งค่า หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด


c882cbb084ca4a2798df2032cf33a0e3 - ดอลลาร์แข็งค่า หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด


ที่มาของข่าว

#comeoninc #cmon #cmoninth

Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

Powered by Best Social Sharing Plugin for WordPress Easy Social Shre Buttons

TPCH 150x150 150x150 - TPCH จ่อเสียบปลั๊กโรงไฟฟ้าเพิ่ม 10 MW ลุ้นผลประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนฯ คาดชัดเจนปีนี้

TPCH จ่อเสียบปลั๊กโรงไฟฟ้าเพิ่ม 10 MW ลุ้นผลประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนฯ คาดชัดเจนปีนี้

180521103151 h 6k bomber super tease 150x150 - ไต้หวันรายงานการบุกรุกรายวันที่ใหญ่ที่สุดโดยกองทัพอากาศจีน

ไต้หวันรายงานการบุกรุกรายวันที่ใหญ่ที่สุดโดยกองทัพอากาศจีน