in

ดอลลาร์อ่อนค่าลงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อดีเกินคาด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 7-11 มิถุนายน 2564

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (7/6) ที่ระดับ 31.18/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/6) ที่ระดับ 31.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเทียบเงินสกุลหลักในช่วงเช้านี้ หลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 559,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นที่ระดับ 671,000 ตำแหน่ง

อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขคำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐประจำเดือนเมษายนลดลง 0.6% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าจะลดลงที่ระดับ 0.2% นอกจากนี้นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เสนอโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน นั้น เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมถึงการสร้างงานและช่วยเหลือครัวเรือนในสหรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้ฟื้นตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยที่ผ่านมาสหรัฐได้ต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเกินไปมาเป็นเวลานาน หากสหรัฐสร้างสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นเล็ก ก็อาจจะเป็นผลดีต่อมุมมองของสังคมและมุมมองของเฟด ในส่วนของกระทรวงแรงงานสหรัฐได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยระบุว่า ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 0.6% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าระดับคาดการณ์ที่ 0.5% และเมื่อเทียบเป็นรายปีดัชนี CPI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2551

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯกำลังพิจารณาแนวทางการฟื้นฟูการท่อเที่ยวในประเทศหลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ค่อย ๆ คลี่คลายลง และมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเป็นส่วนใหญ่แล้ว

โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว เบื้องต้นถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนในเดือนสิงหาคมนี้ จะเริ่มต้นโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 3 และทัวร์เที่ยวไทย ซึ่งทั้ง 2 โครงการได้กำหนดจำนวนคนร่วมโครงการเอาไว้ประมาณ 3 ล้านคน ทั้งนี้ตลาดยังคงจับตาดูตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยในวันอังคาร (8/6) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นสภาอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 82.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 84.3 ในเดือนเมษายน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 11 เดือนนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563

โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ยังไม่คลี่คลายและยังเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต ในวันพฤหัสบดี (10/6) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยายหอการค้าไทยมีการเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมดิ่งลงอยู่ที่ 44.7 จากระดับ 46.0 ในเดือนเมษายน ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในประเทศรอบที่ 3 ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่มีเสถียรภาพน้อยลง และการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ล่าช้า ส่งผลให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนัก และยังมีประเด็นต้องติดตามเรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท

โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยูในกรอบระหว่าง 31.03-31.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (4/6) ที่ระดับ 31.07/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันจันทร์นี้ (7/6) ที่ระดับ 1.2162/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/6) ที่ระดับ 1.2115/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้สถาบัน Sentix ได้ออกมาเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของสหภาพยุโรปที่ระดับ 28.1 ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ ณ ระดับ 25.5

นอกจากนี้สถาบัน Destatis ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขยอดสั่งื้อสินค้าจากโรงงานแห่งเยอรมันประจำเดือนเมษายนที่ระดับ -0.2% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ ณ ระดับ 0.4% ขณะที่วันอังคาร (8/6) สถาบัน Destatis ได้ออกมาเปิดเผยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีประจำเดือนเมษายน พบว่าหดตัวลง 1.0% แย่กว่าเดือนก่อนหน้าที่ปรับเพิ่มขึ้น 2.2% และแย่กว่าที่คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.5%

ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากกับ ECB ที่ระดับ -0.5% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ตามคาด พร้อมกันนี้ ECB มีมติคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Program (PEPP) ที่ระดับ 1.85 ล้านล้านยูโร ซึ่ง ECB จะซื้อพันธบัตรตามโครงการดังกล่าวจะถึงเดือนมีนาคมปี 2565 โดยจะซื้อพันธบัตรในวงเงินเดือนละ 2 หมื่นล้านยูโร

นอกจากนี้ ECB คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในปี 2564 จะอยู่ที่ 4.6% สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนมีนาคมที่ 4% และคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 1.9% ในปีนี้ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเป้าหมาย และสูงกว่าตัวเลขประมาณการล่าสุดที่ 1.2% ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.2141-1.2218 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (4/6) ที่ระดับ 1.2156/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (7/6) ที่ระดับ 109.59/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/6) ที่ระดับ 110.11/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีแห่งญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขตัวชี้วัดนำของญี่ปุ่นที่ระดับ 103.0% ซึ่งเทียบเท่ากับที่คาดการณ์ ณ ระดับ 103.0%

นอกจากนี้ตลาดจับตาสถานการณ์การควบคุมแพร่ระบาดโควิด-19 ในญี่ปุ่นก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะเริ่มต้นขึ้นในอีก 50 วัน โดยนายยาซูฮิโร ยามาชิตะ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกของญี่ปุ่น ได้เปิดเผยถึงแผนการดังกล่าวว่า นักกีฬาชาวญี่ปุ่นราว 95% ที่จะเข้าแข่งขันโอลิมปิกในปีนี้เตรียมเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยระบุว่าแพทย์จะทำการฉีดวัคซีนจำนวน 2 โดสให้กับนักกีฬา 600 คน รวมถึงโค้ชและทีมงาน 1,000 คน ภายในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้

โดยค่าเงินเยนยังแกว่งตัวในกรอบ แม้ว่าสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2564 หดตัวลง 3.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งดีกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัวลง 5.1% และหากเทียบรายไตรมาสพบว่า หดตัวลง 1% ซึ่งดีกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัวลง 1.3% โดยปัจจัยที่ทำให้ตัวเลข GDP ปรับสูงขึ้นในไตรมาส 1 มาจากการใช้จ่ายในภาครัฐและการใช้จ่ายด้านทุนที่ชะลอตัวลงน้อยกว่าตัวเลขประมาณการในเบื้องต้น

นอกจากนั้น ด้านกระทรวงการคลังเปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 1.32 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการเกินดุลติดต่อกันเป็นเดือนที่ 82

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์คาเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.17-109.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (4/6) ที่ระดับ 109.52/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับ: ดอลลาร์อ่อนค่าลงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อดีเกินคาด


c882cbb084ca4a2798df2032cf33a0e3 - ดอลลาร์อ่อนค่าลงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อดีเกินคาด


ที่มาของข่าว

#comeoninc #cmon #cmoninth

Join our list

Subscribe to our mailing list and get interesting stuff and updates to your email inbox.

Thank you for subscribing.

Something went wrong.

Powered by Best Social Sharing Plugin for WordPress Easy Social Shre Buttons

210526141055 catfish israel file 2011 super tease 150x150 - ชาวยูเดียโบราณกินอาหารทะเลไม่โคเชอร์ โชว์ก้างปลา

ชาวยูเดียโบราณกินอาหารทะเลไม่โคเชอร์ โชว์ก้างปลา

Global1 150x150 - ทีม Global Minds คว้ารางวัล ITF 2021 Thailand เชลล์หนุนแข่งเวทีนานาชาติตอบโจทย์พลังงานปี 2050

ทีม Global Minds คว้ารางวัล ITF 2021 Thailand เชลล์หนุนแข่งเวทีนานาชาติตอบโจทย์พลังงานปี 2050